เปรียบเทียบการลงทุน หุ้นเน้นคุณค่า VS เดย์เทรด แบบไหนดีกว่ากัน ? การลงทุนสองแบบนี้ ต่างกันอย่างไร และแบบไหนดีกว่ากัน เราลองมาดูกันดีกว่าว่า การลงทุนหุ้น สองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เปรียบเทียบการลงทุน หุ้นเน้นคุณค่า VS เดย์เทรด แบบไหนดีกว่ากัน ?



อย่างที่หลายๆ คนรู้กันว่า การลงทุนหุ้นนั้น สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ที่จะเน้นการลงทุนระยะยาว เพื่อรับประโยชน์เต็มที่จากหุ้นที่ถือเอาไว้ กับการลงทุนหุ้นแบบเดย์ เทรด หรือการเน้นการซื้อขายหุ้นเพื่อเอากำไรเป็นหลัก ซึ่งหลายๆ คนที่สนใจการลงทุนหุ้น ก็มักจะมีข้อสงสัยว่า การลงทุนสองแบบนี้ ต่างกันอย่างไร และแบบไหนดีกว่ากัน เราลองมาดูกันดีกว่าว่า การลงทุนหุ้น สองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การลงทุนหุ้น Day Trade

การลงทุนหุ้นแบบเดย์เทรดนี้ เป็นลักษณะของการลงทุนระยะสั้น และไม่จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาพื้นฐานของธุรกิจนั้นๆ ของเพียงคุณทำการวิเคราะห์กราฟหุ้น และคาดการณ์สถานการณ์บางอย่างของหุ้นแต่ละตัวได้ ก็จะสามารถทำกำไรได้ ยกตัวอย่าง นาย ก. ซื้อหุ้น A มาจำนวน 1 แสนหุ้น ในราคาหุ้นละ 2 บาท(ทั้งหมดเป็นเงินสองแสนบาท) และเขาสามารถคาดการณ์ได้ว่า หุ้นตัวนี้ จะมีราคาพุ่งสูงขึ้น จากนั้นหุ้นก็มีราคาขึ้นจริงๆ สมมติว่าเป็น 5 บาทต่อหุ้น นาย ก. ก็ทำการขายหุ้น แสนหุ้นในมือทิ้งไปทั้งหมด รวม 1 ล้านบาท เท่ากับว่าเขามีกำไรจากหุ้น A ถึง 8 แสนบาทเลยทีเดียว หลักการคร่าวๆ จะประมาณนี้ครับ

ทั้งนี้การลงทุนหุ้นแบบเดย์เทรด จะเน้นการซื้อขายกันในวันเดียว และการซื้อขายเพื่อทำกำไรเป็นหลัก ข้อดีคือสามารถทำกำไรได้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่มีการอ่านกราฟที่แม่นยำ หรือสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์ การขึ้นลงของหุ้นที่จะเล่นได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือหากขาดทุนก็อาจจะทำให้ถึงขั้นต้องล้างพอร์ตกันเลยทีเดียว

– การลงทุนหุ้น VI

ต้องบอกว่าการลงทุนหุ้นแบบ VIนั้นเป็นการลงทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเซฟตัวเองหน่อย เพราะไม่ต้องขาดทุนหรือกำไรในชั่วพริบตาแบบเดย์เทรด การลงทุนแบบ VI หรือการลงทุนเน้นคุณค่านั้น โดยหลักแล้วจะเป็นการซื้อแล้วถือครองไว้ เพื่อรับผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบของการปันผล หรือ จะเป็นการรอให้มูลค่าของหุ้น ในมือสูงขึ้นกว่าตอนที่ซื้อมามากๆ แล้วจึงทำการขายเพื่อทำกำไรมหาศาลในครั้งเดียว ข้อดีของการลงทุนหุ้นแบบ VI คือไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์กราฟ หรือคาดการณ์ใดๆ แต่ข้อเสียคือจะต้องใช้ระยะเวลานาน และจะต้องศึกษาพื้นฐานของธุรกิจอย่างดี ก่อนการตัดสินใจลงทุน จะซื้อหุ้น ลงทุนหุ้นแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นั่นเอง

ส่วนคำถามที่ว่า การลงทุนแบบไหนเหมาะกับคุณ อันนี้คงตอบให้อย่างแน่ชัดไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดลงทุนแบบไหน และมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนกับการลงทุนหุ้น (แต่ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเลือก คุณสามารถลงทุนทั้งสองแบบได้พร้อมๆกันครับ)